เมื่อเดือนที่แล้วผมนั่งจัดงบค่าใช้จ่าย API ประจำไตรมาสให้ทีม DevSecOps แล้วพบว่าค่าใช้จ่ายสแกนโค้ดพุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับต้นปี ผมลองเปลี่ยนมาเปรียบเทียบ DeepSeek V4 กับ GPT-5.5 ผ่าน สมัครที่นี่ ของ HolySheep AI เพื่อหาคำตอบว่า "ราคาที่ต่างกันถึง 71 เท่า จะส่งผลต่ออัตราการตรวจจับช่องโหว่มากน้อยแค่ไหน" ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ผมต้องกลับมานั่งคิดใหม่ทั้งหมดเกี่ยวกับการเลือกโมเดลสำหรับงานรักษาความปลอดภัย
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับทีมพัฒนา
การสแกนโค้ดอัตโนมัติด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่กลายเป็นเครื่องมือคู่บ้านของทีม DevSecOps ไปแล้ว เพราะช่วยจับช่องโหว่ SQL Injection, XSS, Hard-coded Secret และปัญหาอื่น ๆ ได้รวดเร็วกว่าการใช้เครื่องมือสแกนแบบเดิม แต่ปัญหาคือ "ค่าใช้จ่าย" หากสแกนโค้ดวันละ 1 ล้าน token การเลือกโมเดลผิดเพียงตัวเดียวอาจทำให้งบทะลุหลักหมื่นบาท