สวัสดีครับ! วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่อง Function Calling ของ AI สองตัวยอดนิยมอย่าง Gemini 2.5 และ OpenAI ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุด ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นใช้งาน AI API และอยากรู้ว่าจะเลือกใช้อันไหนดี หรืออยากเขียนโค้ดให้รองรับทั้งสองแบบได้ในตัวเดียว บทความนี้จะช่วยคุณได้แน่นอนครับ
Function Calling คืออะไร? ทำไมต้องสนใจ?
ก่อนจะเข้าเรื่องความแตกต่าง มาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า Function Calling หรือที่บางคนเรียกว่า "การเรียกใช้ฟังก์ชัน" นั้นคืออะไร
ลองนึกภาพว่า AI คือพนักงานต้อนรับที่ฉลาดมาก แต่เขาทำอะไรบางอย่างไม่ได้ด้วยตัวเอง เช่น ค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูล หรือส่งอีเมล พนักงานต้อนรับก็จะบอกว่า "ผมต้องการให้คุณทำหน้าที่นี้แทน" ซึ่งการบอกว่า "ทำอะไร" และ "ข้อมูลอะไรที่ต้องใช้" นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า Function Calling
ประโยชน์หลักของมันคือ:
- AI สามารถดึงข้อมูลจริงจากระบบได้
- ทำให้คำตอบของ AI ถูกต้องและเป็นปัจจุบันเสมอ
- ลดการคิดเลขผิดหรือข้อมูลล้าสมัย
ส่วนที่ 1: OpenAI Function Calling - รูปแบบและวิธีใช้งาน
มาเริ่มจาก OpenAI กันก่อนนะครับ OpenAI เป็นบริษัทที่ทำ ChatGPT นั่นเอง พวกเขาเป็นผู้บุกเบิก Function Calling และกลายเป็นมาตรฐานอ้างอิงสำหรับ AI หลายตัว
Schema ของ OpenAI หน้าตาเป็นอย่างไร?
ใน OpenAI เราจะส่ง "คำอธิบายฟังก์ชัน" ไปให้ AI ด้วยรูปแบบที่เรียกว่า JSON Schema ดูตัวอย่างง่ายๆ นี้ครับ:
# OpenAI Function Calling - ตัวอย่างพื้นฐาน
กำหนดฟังก์ชันที่ให้ AI เรียกใช้ได้
functions = [
{
"name": "get_weather",
"description": "ดึงข้อมูลอากาศของเมืองที่ต้องการ",
"parameters": {
"type": "object",
"properties": {
"city": {
"type": "string",
"description": "ชื่อเมืองที่ต้องการทราบอากาศ เช่น กรุงเทพ, เชียงใหม่"
},
"unit": {
"type": "string",
"enum": ["celsius", "fahrenheit"],
"description": "หน่วยอุณหภูมิที่ต้องการ"
}
},
"required": ["city"]
}
}
]
ส่ง request ไปยัง API
import requests
response = requests.post(
"https://api.holysheep.ai/v1/chat/completions",
headers={
"Authorization": "Bearer YOUR_HOLYSHEEP_API_KEY",
"Content-Type": "application/json"
},
json={
"model": "gpt-4.1",
"messages": [
{"role": "user", "content": "วันนี้กรุงเทพอากาศเป็นอย่างไร?"}
],
"tools": functions # ส่งรายละเอียดฟังก์ชันไปด้วย
}
)
print(response.json())
จะเห็นได้ว่า OpenAI ใช้โครงสร้างที่ชัดเจนมาก โดยมี:
- name: ชื่อฟังก์ชัน (ต้องเป็นภาษาอังกฤษและไม่มีช่องว่าง)
- description: คำอธิบายว่าฟังก์ชันนี้ทำอะไร (ควรเขียนให้ละเอียด AI จะได้เลือกใช้ถูก)
- parameters: ระบุว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้าง
- required: ระบุว่าข้อมูลไหนจำเป็นต้องใส่
ส่วนที่ 2: Gemini 2.5 Function Calling - รูปแบบที่ต่างออกไป
ตอนนี้มาดู Gemini 2.5 กันบ้างครับ Gemini เป็น AI จาก Google ซึ่งมีวิธีกำหนด Function Calling ที่ต่างออกไปพอสมควร ทำให้หลายคนงงตอนเปลี่ยนมาใช้
Schema ของ Gemini 2.5 หน้าตาเป็นอย่างไร?
# Gemini 2.5 Function Calling - ตัวอย่างพื้นฐาน
Gemini ใช้โครงสร้างที่ต่างจาก OpenAI
เรียกว่า FunctionDeclaration แทน
functions = {
"function_declarations": [
{
"name": "get_weather",
"description": "ดึงข้อมูลอากาศของเมืองที่ต้องการ",
"parameters": {
"type": "object",
"properties": {
"city": {
"type": "string",
"description": "ชื่อเมืองที่ต้องการทราบอากาศ"
},
"unit": {
"type": "string",
"description": "หน่วยอุณหภูมิ: celsius หรือ fahrenheit"
}
}
}
}
]
}
ส่ง request ไปยัง API
import requests
response = requests.post(
"https://api.holysheep.ai/v1/chat/completions",
headers={
"Authorization": "Bearer YOUR_HOLYSHEEP_API_KEY",
"Content-Type": "application/json"
},
json={
"model": "gemini-2.5-flash",
"messages": [
{"role": "user", "content": "วันนี้กรุงเทพอากาศเป็นอย่างไร?"}
],
"tools": functions # โครงสร้างคล้ายกัน แต่ข้างในต่างกัน
}
)
print(response.json())
ดูผิวเผินอาจจะคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญหลายจุดที่ต้องสังเกตครับ
ส่วนที่ 3: ความแตกต่างหลักที่ต้องรู้
มาดูกันเลยว่าสองตัวนี้ต่างกันอย่างไรบ้างครับ:
1. ชื่อ Key ที่ห่อหุ้ม Parameters
OpenAI: ใช้คีย์ว่า parameters โดยตรง
Gemini: อาจใช้คีย์ว่า parameters หรือ input_schema ขึ้นอยู่กับรุ่น
2. การจำกัดค่าที่เป็นไปได้ (Enum)
OpenAI: มี enum ในตัวเลือกโดยตรง
Gemini: อาจใช้ enum หรือกำหนดใน description แทน
3. Required Fields
OpenAI: มี array required แยกต่างหาก
Gemini: อาจระบุใน description หรือใช้ required เหมือนกัน
4. รูปแบบการ Response
เมื่อ AI ตัดสินใจจะเรียกใช้ฟังก์ชัน รูปแบบคำตอบก็ต่างกันด้วยครับ:
# ตัวอย่าง Response จาก OpenAI
{
"choices": [{
"message": {
"role": "assistant",
"tool_calls": [{
"id": "call_123",
"type": "function",
"function": {
"name": "get_weather",
"arguments": "{\"city\": \"กรุงเทพ\", \"unit\": \"celsius\"}"
}
}]
}
}]
}
ตัวอย่าง Response จาก Gemini (อาจแตกต่างกันเล็กน้อย)
{
"choices": [{
"message": {
"role": "assistant",
"tool_calls": [{
"id": "call_456",
"type": "function",
"function": {
"name": "get_weather",
"arguments": {"city": "กรุงเทพ", "unit": "celsius"}
}
}]
}
}]
}
สังเกตไหมครับว่า OpenAI ส่ง arguments เป็น string (ต้อง parse อีกที) แต่ Gemini อาจส่งมาเป็น object โดยตรงเลย
ส่วนที่ 4: วิธีเขียน Wrapper ให้รองรับทั้ง OpenAI และ Gemini
ตอนนี้มาถึงส่วนสำคัญที่หลายคนอยากรู้แล้วครับ จะเขียนโค้ดยังไงให้รองรับทั้งสองแบบโดยไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมด?
# unified_function_calling.py
ไลบรารีสำหรับรวม Function Calling ของ OpenAI และ Gemini
import json
from typing import List, Dict, Any, Optional
class UnifiedFunctionSchema:
"""
คลาสนี้จะช่วยแปลง schema ระหว่าง OpenAI และ Gemini
ให้เราเขียนโค้ดชุดเดียวใช้ได้ทั้งสองแบบ
"""
@staticmethod
def to_openai_format(functions: List[Dict]) -> List[Dict]:
"""แปลง schema ให้เป็นรูปแบบ OpenAI"""
openai_functions = []
for func in functions:
openai_func = {
"type": "function",
"function": {
"name": func["name"],
"description": func.get("description", ""),
"parameters": {
"type": "object",
"properties": {},
"required": []
}
}
}
# จัดการ properties
if "parameters" in func and "properties" in func["parameters"]:
for prop_name, prop_info in func["parameters"]["properties"].items():
prop_copy = prop_info.copy()
# OpenAI ใช้ enum โดยตรง
if "enum" in prop_copy:
prop_copy["enum"] = prop_copy["enum"]
openai_func["function"]["parameters"]["properties"][prop_name] = prop_copy
# ถ้ามี required ให้เพิ่มเข้าไป
if func["parameters"].get("required") and prop_name in func["parameters"]["required"]:
openai_func["function"]["parameters"]["required"].append(prop_name)
openai_functions.append(openai_func)
return openai_functions
@staticmethod
def to_gemini_format(functions: List[Dict]) -> Dict:
"""แปลง schema ให้เป็นรูปแบบ Gemini"""
return {
"function_declarations": [
{
"name": func["name"],
"description": func.get("description", ""),
"parameters": {
"type": "object",
"properties": func.get("parameters", {}).get("properties", {}),
}
}
for func in functions
]
}
@staticmethod
def parse_arguments(arguments: Any) -> Dict:
"""
แปลง arguments ให้เป็น Dict เสมอ
ไม่ว่าจะมาเป็น string หรือ object
"""
if isinstance(arguments, str):
return json.loads(arguments)
return arguments
ตัวอย่างการใช้งาน
if __name__ == "__main__":
# กำหนด schema ในรูปแบบกลาง (neutral format)
my_functions = [
{
"name": "search_product",
"description": "ค้นหาสินค้าในร้านค้าออนไลน์",
"parameters": {
"type": "object",
"properties": {
"product_name": {
"type": "string",
"description": "ชื่อสินค้าที่ต้องการค้นหา"
},
"max_price": {
"type": "number",
"description": "ราคาสูงสุดที่ยอมรับได้"
},
"category": {
"type": "string",
"enum": ["electronics", "clothing", "food", "books"],
"description": "หมวดหมู่สินค้า"
}
},
"required": ["product_name"]
}
}
]
# แปลงเป็นรูปแบบ OpenAI
openai_schema = UnifiedFunctionSchema.to_openai_format(my_functions)
print("OpenAI Schema:")
print(json.dumps(openai_schema, indent=2, ensure_ascii=False))
# แปลงเป็นรูปแบบ Gemini
gemini_schema = UnifiedFunctionSchema.to_gemini_format(my_functions)
print("\nGemini Schema:")
print(json.dumps(gemini_schema, indent=2, ensure_ascii=False))
ส่วนที่ 5: ตารางเปรียบเทียบราคาและความสามารถ
มาถึงส่วนสำคัญที่หลายคนรอคอยแล้วครับ นี่คือการเปรียบเทียบราคาและความสามารถของแต่ละรุ่น:
| โมเดล | บริษัท | ราคาต่อล้าน Token (Input) | ราคาต่อล้าน Token (Output) | Function Calling | ความเร็วเฉลี่ย | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|---|---|
| GPT-4.1 | OpenAI | $8.00 | $32.00 | ✅ รองรับเต็มรูปแบบ | ~150ms | มาตรฐานอุตสาหกรรม, คู่มือเยอะ |
| Claude Sonnet 4.5 | Anthropic | $15.00 | $75.00 | ✅ รองรับเต็มรูปแบบ | ~180ms | เขียนโค้ดเก่งมาก, ตอบละเอียด |
| Gemini 2.5 Flash | $2.50 | $10.00 | ✅ รองรับเต็มรูปแบบ | ~80ms | ถูกมาก, เร็ว, ฟรีี | |
| DeepSeek V3.2 | DeepSeek | $0.42 | $1.68 | ✅ รองรับ | ~120ms | ราคาถูกที่สุด, Open Source |
เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร
🎯 OpenAI (GPT-4.1)
เหมาะกับ:
- โปรเจกต์ที่ต้องการความเสถียรและมาตรฐาน
- ทีมที่มีประสบการณ์และต้องการเอกสารเยอะๆ
- งานที่ต้องการความแม่นยำสูงในการเขียนโค้ด
- บริษัทใหญ่ที่มีงบประมาณเพียงพอ
ไม่เหมาะกับ:
- สตาร์ทอัพที่มีงบจำกัด
- โปรเจกต์ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
- ผู้เริ่มต้นที่อยากลองเล่น Function Calling
🎯 Google Gemini 2.5 Flash
เหมาะกับ:
- โปรเจกต์ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
- งานที่ต้องการความเร็วสูง
- ผู้เริ่มต้นที่อยากเรียนรู้ Function Calling
- แอปพลิเคชันที่ต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมาก
ไม่เหมาะกับ:
- งานที่ต้องการความแม่นยำระดับสูงสุด
- ระบบที่ต้องการความเสถียรแบบ production-grade
- ทีมที่คุ้นเคยกับ OpenAI แล้ว
ราคาและ ROI
มาคำนวณกันเล่นๆ ว่าใช้ HolySheep AI ประหยัดได้แค่ไหนครับ:
ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายเดือน (สมมติใช้งาน 10 ล้าน Token)
| โมเดล | ราคาปกติ (ต่อล้าน Token) | ราคา HolySheep (ต่อล้าน Token) | ประหยัด (%) | ค่าใช้จ่าย 10 ล้าน Token/เดือน |
|---|---|---|---|---|
GPT-
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องบทความที่เกี่ยวข้อง🔥 ลอง HolySheep AIเกตเวย์ AI API โดยตรง รองรับ Claude, GPT-5, Gemini, DeepSeek — หนึ่งคีย์ ไม่ต้อง VPN |