สัปดาห์ก่อน ทีมของผมรับงานด่วนจากลูกค้าอีคอมเมิร์ซรายหนึ่ง — ต้องส่งมอบ "ผู้ช่วยแชท AI" ที่ทำงานบน LINE OA, Facebook Messenger และหน้าเว็บไซต์พร้อมกัน ภายใน 5 วัน โค้ดเบสมีอยู่แล้วครึ่งหนึ่งเป็น Node.js backend และแอปมือถือ Flutter เป้าหมายคือ ตอบคำถามสินค้า ตรวจสถานะคำสั่งซื้อ และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่เมื่อจำเป็น ดูเหมือนงาน routine แต่พอลงมือจริง ผมเจอกำแพง 3 ชั้นที่ GitHub Copilot ธรรมดาแก้ไม่ได้
- คำขอบางอย่างต้องใช้โมเดลที่เข้าใจ context ยาวๆ ข้ามไฟล์ แต่ Copilot บีบ context เหลือน้อยลงเรื่อยๆ
- เมื่อเร่งงานหนัก Copilot Business โดน rate limit ทุก 40-60 นาที ผมเสียเวลารอ suggestion รวมเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน
- ลูกค้าต้องการ log การใช้งานเพื่อทำรายงานต้นทุนรายเดือน แต่ Copilot ไม่เปิด API ให้ดึงข้อมูล
หลังจากทดลองมา 3 ทางเลือก ทางที่ลงตัวที่สุดคือใช้ Cursor Pro เป็น IDE หลัก แล้วต่อเข้ากับ GPT-5.5 ผ่านบริการ relay ของ HolySheep บทความนี้คือขั้นตอนที่ใช้งานได้จริงทั้งหมด ตั้งแต่ตั้งค่าไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ทำไม GitHub Copilot ธรรมดาถึงไม่ตอบโจทย์งานหนัก
จากประสบการณ์ของผม Copilot เหมาะกับงานเขียนฟังก์ชันสั้นๆ แต่พอโปรเจ็กต์มีไฟล์เกิน 50 ไฟล์ หรือต้องอ้างอิง business logic ที่กระจายอยู่หลายที่ โมเดลเริ่ม hallucinate บ่อย และที่สำคัญคือ เราควบคุมไม่ได้เลยว่าจะใช้โมเดลเวอร์ชันไหนในงานแบบไหน การใช้ Cursor คู่กับ API gateway ภายนอกช่วยแก้ทั้ง 3 จุดนี้ได้