MCP คืออะไร และทำไมต้องรู้?
สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมจะมาแบ่งปันประสบการณ์การใช้งาน MCP (Model Context Protocol) กับ Hermes-Agent ในแบบที่คนไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิคก็เข้าใจได้ ตั้งแต่ผมเริ่มสนใจ AI และต้องการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผมเจอปัญหาว่าแต่ละเครื่องมือพูดคนละภาษา จนกระทั่งได้รู้จักกับ MCP ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก
MCP ถือเป็นมาตรฐานกลางที่ช่วยให้ AI สามารถเรียกใช้เครื่องมือภายนอกได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล การอ่านไฟล์ หรือการเชื่อมต่อกับ API ต่าง ๆ วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีตั้งค่า Hermes-Agent พร้อม MCP Support โดยใช้ HolySheep AI เป็น backend กันครับ
เตรียมตัวก่อนเริ่มต้น
ก่อนจะลงมือทำ ผมอยากให้เตรียมอุปกรณ์ดังนี้
- คอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้ง Python 3.10 ขึ้นไป (ตรวจสอบได้โดยพิมพ์
python --versionใน Terminal) - บัญชี HolySheep AI ซึ่งมีค่าบริการถูกมาก เริ่มต้นที่ $0.42/MTok พร้อมระบบชำระเงินผ่าน WeChat และ Alipay
- Node.js เวอร์ชัน 18 ขึ้นไปสำหรับรัน MCP Server
- ตัวจัดการแพ็กเกจ เช่น pip หรือ npm
สำหรับการติดตั้ง Python ให้ไปที่ python.org แล้วดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุด ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะโค้ดหลายส่วนต้องการ Python เวอร์ชันที่รองรับ async/await
ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง Hermes-Agent และการตั้งค่าเริ่มต้น
หลังจากเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย ขั้นตอนแรกคือการติดตั้ง Hermes-Agent กันครับ ผมแนะนำให้สร้างโฟลเดอร์ใหม่สำหรับโปรเจกต์นี้เพื่อไม่ให้ไฟล์ปนกัน
# สร้างโฟลเดอร์สำหรับโปรเจกต์
mkdir hermes-mcp-project
cd hermes-mcp-project
สร้าง virtual environment เพื่อไม่ให้ปะปนกับโปรเจกต์อื่น
python -m venv venv
เปิดใช้งาน virtual environment
สำหรับ Windows
venv\Scripts\activate
สำหรับ Mac/Linux
source venv/bin/activate
ติดตั้ง Hermes-Agent พร้อม MCP dependencies
pip install hermes-agent mcp anthropic
สำหรับผู้ที่ใช้ Windows หากเจอปัญหาการรันสคริปต์ถูกบล็อก ให้เปิด PowerShell ในฐานะ Administrator แล้วรันคำสั่ง Set-ExecutionPolicy -ExecutionPolicy RemoteSigned -Scope CurrentUser ก่อนนะครับ
ขั้นตอนที่ 2: สร้างไฟล์การตั้งค่า config.json
ไฟล์ config.json จะเป็นหัวใจหลักในการบอก Hermes-Agent ว่าเราต้องการใช้งานอะไรบ้าง รวมถึงเชื่อมต่อกับ HolySheep AI อย่างไร ผมจะอธิบายทุกส่วนของไฟล์นี้แบบละเอียด
{
"mcp_servers": {
"filesystem": {
"command": "npx",
"args": ["-y", "@modelcontextprotocol/server-filesystem", "./workspace"]
},
"web_search": {
"command": "python",
"args": ["-m", "mcp_server.web_search"]
}
},
"tools": {
"enabled": true,
"timeout_ms": 30000,
"retry_attempts": 3
},
"ai_provider": {
"name": "holysheep",
"base_url": "https://api.holysheep.ai/v1",
"api_key_env": "HOLYSHEEP_API_KEY"
}
}
ในไฟล์นี้มีส่วนสำคัญ 3 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือ mcp_servers ที่กำหนดว่าจะเปิดใช้งาน Server อะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น filesystem server จะช่วยให้ AI สามารถอ่านเขียนไฟล์ในโฟลเดอร์ workspace ได้ ส่วนที่สองคือ tools ที่กำหนดการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ และส่วนสุดท้ายคือ ai_provider ที่บอกว่าจะใช้ API ของ HolySheep AI โดยตรง
ในการใช้งานจริง คุณจะต้องกำหนด API Key ของ HolySheep AI ในไฟล์ .env ดังนี้
# สร้างไฟล์ .env
touch .env
เขียน API Key ลงไฟล์ (แทนที่ YOUR_HOLYSHEEP_API_KEY ด้วย Key จริงของคุณ)
echo "HOLYSHEEP_API_KEY=YOUR_HOLYSHEEP_API_KEY" >> .env
สำหรับผู้ที่ยังไม่มี API Key สามารถ สมัครบัญชี HolySheep AI ได้ฟรี และจะได้รับเครดิตสำหรับทดลองใช้งานทันที ราคาของ HolySheep AI ถูกมากเมื่อเทียบกับบริการอื่น เช่น DeepSeek V3.2 อยู่ที่ $0.42/MTok เท่านั้น หรือ Gemini 2.5 Flash อยู่ที่ $2.50/MTok ซึ่งถูกกว่าบริการทั่วไปถึง 85%
ขั้นตอนที่ 3: สร้าง Custom Tool แบบง่าย ๆ
หลังจากตั้งค่าเรียบร้อย มาลองสร้าง Custom Tool กันครับ ผมจะสร้าง tool ง่าย ๆ ที่ช่วยแปลงอุณหภูมิจาก Celsius เป็น Fahrenheit เป็นตัวอย่างให้เห็นภาพ
# สร้างไฟล์ custom_tools.py
from typing import Any
from hermes_agent import Tool, tool
@tool(name="celsius_to_fahrenheit", description="แปลงอุณหภูมิจาก Celsius เป็น Fahrenheit")
def celsius_to_fahrenheit(celsius: float) -> dict:
"""
Tool สำหรับแปลงอุณหภูมิ
Args:
celsius: อุณหภูมิในหน่วยเซลเซียส
Returns:
dict ที่มีผลลัพธ์อุณหภูมิในหน่วยฟาเรนไฮต์
"""
fahrenheit = (celsius * 9/5) + 32
return {
"celsius": celsius,
"fahrenheit": round(fahrenheit, 2),
"formula": f"{celsius}°C × 9/5 + 32 = {fahrenheit}°F"
}
@tool(name="get_current_time", description="ดึงข้อมูลเวลาปัจจุบัน")
def get_current_time(timezone: str = "Asia/Bangkok") -> dict:
"""
Tool สำหรับดึงเวลาปัจจุบัน
Args:
timezone: โซนเวลาที่ต้องการ (ค่าเริ่มต้น: Asia/Bangkok)
Returns:
dict ที่มีข้อมูลเวลาปัจจุบัน
"""
from datetime import datetime
import pytz
tz = pytz.timezone(timezone)
now = datetime.now(tz)
return {
"timezone": timezone,
"datetime": now.isoformat(),
"formatted": now.strftime("%d/%m/%Y %H:%M:%S")
}
ส่งออก tools ทั้งหมด
TOOLS = [celsius_to_fahrenheit, get_current_time]
จากโค้ดด้านบน จะเห็นว่าการสร้าง Tool ใหม่นั้นไม่ยากเลย สิ่งสำคัญคือต้องมี docstring ที่อธิบายว่า Tool ทำอะไร และใส่ type hints ให้ถูกต้องเพื่อให้ AI เข้าใจว่าควรส่งค่าอะไรเข้ามา
ขั้นตอนที่ 4: ลงทะเบียน Custom Server
ต่อไปจะเป็นการลงทะเบียน Custom Server ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของบทความนี้ ผมจะอธิบายวิธีสร้าง MCP Server ของตัวเองแล้วเชื่อมต่อกับ Hermes-Agent ครับ
# สร้างไฟล์ custom_server.py
from mcp.server import Server
from mcp.server.stdio import stdio_server
from mcp.types import Tool, TextContent
from pydantic import AnyUrl
import asyncio
สร้าง Server instance
server = Server("custom-weather-server")
@server.list_tools()
async def list_tools() -> list[Tool]:
"""ลงทะเบียน tools ที่ server นี้จะให้บริการ"""
return [
Tool(
name="get_weather",
description="ดึงข้อมูลสภาพอากาศของเมืองที่กำหนด",
inputSchema={
"type": "object",
"properties": {
"city": {
"type": "string",
"description": "ชื่อเมืองที่ต้องการทราบสภาพอากาศ"
},
"country": {
"type": "string",
"description": "ชื่อประเทศ (ตัวย่อ 2 ตัว เช่น TH, US)"
}
},
"required": ["city"]
}
)
]
@server.call_tool()
async def call_tool(name: str, arguments: dict) -> list[TextContent]:
"""จัดการเมื่อมีการเรียกใช้ tool"""
if name == "get_weather":
city = arguments.get("city", "Unknown")
country = arguments.get("country", "TH")
# ในที่นี้จำลองข้อมูลสภาพอากาศ
weather_data = {
"city": city,
"country": country,
"temperature": 28.5,
"condition": "มีเมฆบางส่วน",
"humidity": 75
}
return [TextContent(
type="text",
text=f"สภาพอากาศในเมือง {city}, {country}: อุณหภูมิ {weather_data['temperature']}°C, {weather_data['condition']}, ความชื้น {weather_data['humidity']}%"
)]
raise ValueError(f"Unknown tool: {name}")
async def main():
""" entry point สำหรับรัน server """
async with stdio_server() as (read_stream, write_stream):
await server.run(
read_stream,
write_stream,
server.create_initialization_options()
)
if __name__ == "__main__":
asyncio.run(main())
หลังจากสร้างไฟล์ Custom Server แล้ว ต้องไม่ลืมเพิ่มเข้าไปในไฟล์ config.json ด้วยนะครับ
{
"mcp_servers": {
"weather": {
"command": "python",
"args": ["/path/to/custom_server.py"],
"env": {}
}
}
}
ให้แทนที่ /path/to/custom_server.py ด้วย path จริงที่คุณเก็บไฟล์ไว้ ซึ่งโดยปกติจะเป็น ./custom_server.py หากรันจากโฟลเดอร์เดียวกัน
ขั้นตอนที่ 5: รัน Hermes-Agent พร้อม MCP Support
มาถึงขั้นตอนสำคัญที่สุดแล้วครับ คือการรัน Hermes-Agent โดยใช้งานร่วมกับ MCP Servers ที่เราตั้งค่าไว้
# สร้างไฟล์ main.py
import os
from dotenv import load_dotenv
from hermes_agent import HermesAgent
from mcp import ClientSession, StdioServerParameters
from mcp.client.stdio import stdio_client
โหลด environment variables จากไฟล์ .env
load_dotenv()
async def main():
# ตั้งค่า MCP Server parameters
server_params = StdioServerParameters(
command="python",
args=["./custom_server.py"]
)
# เชื่อมต่อกับ MCP Server
async with stdio_client(server_params) as (read, write):
async with ClientSession(read, write) as session:
# เริ่มต้น session
await session.initialize()
# สร้าง HermesAgent instance
agent = HermesAgent(
base_url="https://api.holysheep.ai/v1",
api_key=os.getenv("HOLYSHEEP_API_KEY"),
model="gpt-4.1",
mcp_session=session
)
# ทดสอบการใช้งาน Tool
response = await agent.run(
"ดึงข้อมูลสภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย"
)
print("ผลลัพธ์:", response)
if __name__ == "__main__":
import asyncio
asyncio.run(main())
เมื่อรันโค้ดนี้ด้วยคำสั่ง python main.py คุณจะเห็นว่า Hermes-Agent สามารถเรียกใช้งาน Tool ของ Custom Server ได้สำเร็จ ตัวอย่างผลลัพธ์จะแสดงข้อมูลสภาพอากาศตามที่เราเขียนไว้ในโค้ด
การใช้งานจริงกับ HolySheep AI
หลังจากเข้าใจพื้นฐานแล้ว มาดูการใช้งานจริงกับ HolySheep AI กันครับ ผมต้องบอกว่า HolySheep AI นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะราคาถูกกว่าบริการอื่นถึง 85% พร้อมทั้งรองรับระบบชำระเงินที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง WeChat และ Alipay
สำหรับโมเดลที่แนะนำในการใช้งานกับ MCP นั้น ผมเลือกใช้ DeepSeek V3.2 เพราะมีราคาถูกที่สุด ($0.42/MTok) และให้ความเร็วในการตอบสนองต่ำกว่า 50ms ซึ่งเหมาะมากสำหรับการทำ Tool Call ที่ต้องการความรวดเร็ว หรือหากต้องการคุณภาพสูงกว่านี้ สามารถเลือกใช้ Claude Sonnet 4.5 ที่ $15/MTok หรือ GPT-4.1 ที่ $8/MTok ได้ตามความเหมาะสม
# ไฟล์ production_main.py - ใช้สำหรับงานจริง
import os
from dotenv import load_dotenv
from hermes_agent import HermesAgent
load_dotenv()
ตั้งค่า API
agent = HermesAgent(
base_url="https://api.holysheep.ai/v1",
api_key=os.getenv("HOLYSHEEP_API_KEY"),
model="deepseek-v3.2", # เลือกโมเดลตามความต้องการ
temperature=0.7,
max_tokens=2000
)
ตัวอย่างการสื่อสารกับ Agent
async def chat_with_agent():
messages = [
{"role": "system", "content": "คุณเป็นผู้ช่วยที่สามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ผ่าน MCP ได้"},
{"role": "user", "content": "ช่วยดึงข้อมูลสภาพอากาศของเชียงใหม่ให้หน่อย"}
]
response = await agent.chat(messages)
print(response)
if __name__ == "__main__":
import asyncio
asyncio.run(chat_with_agent())
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
จากประสบการณ์ที่ผมใช้งานมา มีข้อผิดพลาดหลายอย่างที่พบบ่อยมาก ผมจึงรวบรวมวิธีแก้ไขไว้ให้ทุกคนแล้วครับ
กรณีที่ 1: ImportError: cannot import name 'ClientSession' from 'mcp'
ข้อผิดพลาดนี้เกิดจากการติดตั้งเวอร์ชันของ MCP ที่ไม่ถูกต้อง วิธีแก้ไขคือต้องติดตั้ง mcp package โดยตรงไม่ใช่ modelcontextprotocol
# ถอนการติดตั้งเวอร์ชันเก่า
pip uninstall -y modelcontextprotocol mcp
ติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดที่รองรับ ClientSession
pip install mcp --upgrade
ตรวจสอบเวอร์ชันที่ติดตั้งแล้ว
pip show mcp
หลังจากติดตั้งเสร็จ ให้ลอง import อีกครั้ง หากยังมีปัญหา ให้ลอง restart terminal และ activate virtual environment ใหม่
กรณีที่ 2: Connection timeout เมื่อเชื่อมต่อกับ HolySheep API
ปัญหานี้มักเกิดจาก network หรือ API Key ที่ไม่ถูกต้อง วิธีแก้ไขมีดังนี้
# ตรวจสอบว่า API Key ถูกต้อง
python -c "
import os
from dotenv import load_dotenv
load_dotenv()
key = os.getenv('HOLYSHEEP_API_KEY')
print(f'API Key length: {len(key) if key else 0}')
print(f'API Key exists: {bool(key)}')
"
ทดสอบเชื่อมต่อ API โดยตรง
curl -X POST https://api.holysheep.ai/v1/models \
-H "Authorization: Bearer $HOLYSHEEP_API_KEY" \
-H "Content-Type: application/json"
หากใช้ proxy ให้เพิ่มใน environment
export HTTP_PROXY=http://your-proxy:port
export HTTPS_PROXY=http://your-proxy:port
หากยังเชื่อมต่อไม่ได้ อาจเกิดจาก firewall หรือ network policy ที่บริษัท ลองติดต่อฝ่าย IT หรือใช้งานจาก network อื่นดูครับ
กรณีที่ 3: Tool not found error
ข้อผิดพลาดนี้เกิดเมื่อระบบไม่พบ tool ที่เราลงทะเบียนไว้ มักเป็นเพราะ path ของไฟล์ server ไม่ถูกต้องหรือ virtual environment ไม่ตรงกัน
# ตรวจสอบ path ของ Python และ pip
which python
which pip
pip list | grep -i mcp
ตรวจสอบว่า config.json มี path ที่ถูกต้อง
cat config.json | grep -A5 "mcp_servers"
รันด้วย Python ที่ถูกต้อง
Mac/Linux
/usr/bin/env python3 main.py
Windows
py main.py
หรือใช้ absolute path
python /full/path/to/main.py
กรณีที่ 4: Permission denied เมื่อรัน npx
ปัญหานี้พบบ่อยบน macOS และ Linux เพราะระบบจะไม่อนุญาตให้รันไฟล์จาก npm โดยตรง วิธีแก้ไขคือ
# ติดตั้ง npx ให้ถูกต้อง
npm install -g npx
หรือใช้ npx ผ่าน npm
npx --yes @modelcontextprotocol/server-filesystem ./workspace
แก้ไข permission
chmod +x $(npm root -g)/.bin/*
หรือรันด้วย sudo (ไม่แนะนำสำหรับ production)
sudo npx -y @modelcontextprotocol/server-filesystem ./workspace
สรุปและแนวทางต่อยอด
การตั้งค่า Hermes-Agent พร้อม MCP Support นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ หลังจากทำตามขั้นตอนในบทความนี้แล้ว คุณจะสามารถสร้าง Custom Tools และ Servers ได้ตามต้องการ ซึ่งเปิดโอกาสให้เชื่อมต่อ AI เข้ากับระบบภายนอกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล การจัดการไฟล์ หรือการดึงข้อมูลจาก API ต่าง ๆ
สำหรับแนวทางต่อยอด ผมแนะนำให้ลองศึกษาเกี่ยวกับการสร้าง MCP Server ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล การทำ authentication ที่ซับซ้อนขึ้น หรือการสร้าง Tool ที่ใช้งานร่วมกับ External API